Call Us: (+66-2)193 9195   |   Email: booking@thailandbestprice.com  |  line @aminters

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเมืองโอซาก้า - เกียวโต – นารา

1.Fushimi Inari Taisha
                                           ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushimi Inari Shrine)

ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushimi Inari Shrine) เมืองเกียวโต

ศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ (Fushimi Inari Shrine) จุดเด่นของที่นี่เลยต้นเสาสีแดงหลากหลายหมื่นต้นนั้นเองค่ะ แต่ความพิเศษไม่ได้มีแค่นั้นนะคะ ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ หรือ ศาลเจ้า เทพอินาริ หรือที่เรียกกันว่า ศาลเจ้าจิ้งจอก อีกทั้งยังนับถือศาสนาชินโตค่ะ  ศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ ตั้งอยู่ในจังหวัดเกียวโต สถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้าแห่งความอุดมสมบูรณ์ เป็นเทพแห่งข้าว ชา และสาเกอีกด้วย ซึ่งเมื่อคุณเดินมาคุณจะเห็นศาลอยู่ด้านหน้าให้คุณได้บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อีกหนึ่งสัญลักษณ์ก็คือรูปปั้นสุนัขจิ้งจอกค่ะ เนื่องจากมีไว้สำหรับบูชาเทพอินาริ คุณสามารถเห็นได้จากหลายๆจุด และเมื่อคุณเดินไปรอบๆ ชมธรรมชาติ ให้คุณได้พบกับประตูโทริอิ หรือต้นเสาสีแดงเรียงยาวกว่าหมื่นต้น "ที่คุณเห็นว่ามีหลายต้น เป็นเพราะมาจากนักธุรกิจ เศรษฐี พ่อค้า ได้บริจาคให้กับสถานที่แห่งนี้ และทางสถานที่แห่งนี้ได้ทำการลงชื่อไปบนต้นเสา" (เอาจริงๆก็มีความงามไปอีกแบบนะคะ คลาสสิกดีด้วยค่ะ) มันจึงเป็นสาเหตุของการมีต้นเสาเยอะเรียงยาวไปจนถึงภูเขาอินาริ ด้วยระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร

ถ้าคุณเดินขึ้นไปเพื่อรับบรรยากาศบนเขาและชมบรรยายกาศ ถ้าเดินจะใช้เวลาประมาณ 2 - 3 ชม.เลยค่ะ แต่ถ้าคุณมีเวลาที่จำกัดไม่ต้องขึ้นไปสุดก็ได้นะคะ เนื่องจากเดินไปครึ่งทางก็ได้รูปสวยๆ และรับบรรยายกาศกันเต็มที่แล้ว แถมความเหนื่อยอีกด้วยนะคะ 555 ถ้าคุณอยากบริจาคต้นเสาเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของตนเอง ก็สามารถบริจาคได้ค่ะ สามารถสอบถามกับทางเจ้าหน้าที่กันได้เลย ส่วนถ้างบน้อยมีบริจาคแบบต้นเสาเรียงอันเล็กๆด้วยจ้า (ไม่ต้องห่วงกันนะคะ ) เป็นสถานที่แห่งความสวยงามพร้อมทั้งเดินทางได้สะดวก ส่วนใครเดินทางโดยรถไฟ JR ก็สามารถมาลงสถานี อินาริ โดยตรงได้เลยค่ะ สะดวกสุดๆไปเลยค่ะ

ค่าเข้าชม: ค่าเข้าฟรี
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เปิดทั้งวันค่ะ

2.Kiyomizu Temple                                                   
                                                             วัดคิโยมิซุ (Kiyomizu Temple)

วัดคิโยมิซุ (Kiyomizu Temple) เมืองเกียวโต

วัดคิโยมิซุ หรือ วัดน้ำใส เป็นวัดที่มีชื่อเสียงที่สุดในเกียวโต และได้รับเลือกให้สถานที่แห่งนี้เป็นมรดกโลก (UNESCO World heritage sites) ซึ่งวัดแห่งนี้มีลักษณะเป็นอาคารไม้ขนาดใหญ่ และเสาของอาคารมีความสูงถึง 13 เมตร จากพื้นดินและตัวอาคารที่สร้างให้ยื่นออกไปภายนอก เลยเป็นจุดชมวิวอีกหนึ่งจุดที่ให้ฟิลว่ารับธรรมชาติเข้าสู่ร่างกายอย่างเต็มที่แล้วละค่ะ และทั้งยังมองเห็นรอบเมืองโตเกียว ให้เห็นถึงลักษณะความเป็นอยู่ และธรรมชาติในฤดูกาลต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น ในช่วงดอกซากุระเบ่งบานตามพุ่มไม้ อีกทั้งยังมีใบไม้สีส้มอมแดง ให้คุณได้ชมตามฤดูกาลที่ผันแปรกันไป ยังไม่สุดใช่ไหมค่ะ ยังมีความพิเศษของวัดแห่งนี้ สร้างขึ้นโดยไม่มีการใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียวในการก่อสร้างขึ้นค่ะ เอ๊ะๆๆๆ มาขนาดนี้แล้ว ลืมไม่ได้เชียวนะคะ มาถึงทั้งทีก็มาขอพรกันดีกว่า แฮ่ๆๆ จุดเด่นเลยนะคะ มีแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ ทั้งหมด 3 สายค่ะ สายแรกเลยค่ะ สายแห่งด้านการประสบความสำเร็จด้านการศึกษา น้ำสายที่สอง สายแห่งความสมหวังด้านความรัก (เป็นเรื่องเด่นของสถานที่แห่งนี้เลยค่ะ เรื่องความรัก) ส่วนสายสุดท้าย สายที่สาม เรื่องสุขภาพร่างกายแข็งแรง (ไม่เชื่อห้ามหลบหลู่กันนะจ้ะหนูๆ ศักดิ์สิทธิ์มากๆค่ะ)

วัดแห่งนี้ไม่ได้ให้คุณมาขอพรแล้วกลับกันนะคะ คุณต้องละลายทรัพย์ตัวเองก่อนกลับหรือก่อนขึ้นได้ทั้งสองแบบค่ะ แต่ขากลับระวังลงมาแล้วเจอร้านปิด นะคะเพราะส่วนมากจะปิดกันเร็ว ประมาณซะ 4-5 โมง บางร้านเริ่มปิดกันแล้ว เนื่องจากถนนเส้นนี้ มีร้านขายของฝาก มากมายให้คุณได้เลือกสรรไม่ถูก อีกทั้งยังมีของน่ารักจนอดใจไม่ไหว (จริงๆนะคะ) ฮ่าๆๆ  

ค่าเข้าชม: ค่าเข้า 400 เยน
เวลาเปิด-ปิด: 06:00 – 18:00 น.
วันปิดทำการ: เปิดทุกวัน

3.Kinkaku ji Temple
                                                วัดคิงกะกุ (Kinkaku-ji Temple)

วัดคิงกะกุ (Kinkaku-ji Temple) เมืองเกียวโต

วัดคิงกะกุ (วัดศาลาทอง) ชื่อทางการ วัดโระคุอง ตั้งอยู่ในเมืองเกียวโต ลักษณะเด่นของวัดคือ ศาลาทอง (เป็นทองจริงๆค่ะ สวยมากจริงๆ) โดยเริ่มสร้างขึ้นเมื่อปี 1940 เพื่อเป็นที่พักของโชกุนอาชิคางะ โยชิมิตสึ ที่อาคารหลักเป็นสีทองทั้งหลัง มีความเด่นที่ศาลาแห่งนี้นั้นอยู่กลางน้ำ เมื่อมีแสงตบกระทบจะเห็นได้ว่า มีเงาสะท้อนกับพื้นน้ำ ทำให้เป็นภาพที่สวยงามและยังเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของเมืองเกียวโตด้วยค่ะ ซึ่งต่อมาบุตรชายของท่านโชกุน ได้เปลี่ยนแปลงให้เป็นวัดนิกายเซน สำนักรินไซ และยังได้แรงบรรดาลใจให้กับหลานชาย จึงได้สร้างวัดกะกุจิหรือวัดเงิน ทั้งนี้ทั้งนั้น วัดโระคุอง ได้รับการขึ้นทะเบียนเมื่อปี พ.ศ. 2537 จากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกร่วมกับสถานที่สำคัญอื่นๆ ในเมืองเกียวโตอีกด้วยนะคะ

ค่าเข้าชม: ค่าเข้า 400 เยน
เวลาเปิด–ปิด: 09:00 – 17:00 น.
วันปิดทำการ: เปิดทุกวัน

4.Arashiyama
                         อาราชิยาม่าในฤดูใบไม้ผลิ (Arashiyama)

อาราชิยาม่าในฤดูใบไม้ผลิ (Arashiyama) เมืองเกียวโต

เป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวนิยมกันมาท่องเที่ยว ที่เน้นไปทางด้านธรรมชาติสวยงามตามช่วงฤดู ซึ่งในแต่ละฤดูจะแตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นฤดูใบไม้ผลิที่เต็มไปด้วยดอกซากุระบาน สีชมพูที่เบ่งบานเต็มไปทั่วทั้งเมือง  และช่วงฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีเป็นสีส้มอมแดง ออกเต็มทั่วทั้งต้นไม้ตลอดจนภูเขาทั้งลูกอีกด้วย จนต้องถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก เป็นอีกมุมที่มีสิ่งน่ามหัศจรรย์เนื่องจากเต็มไปด้วยธรรมชาติที่ได้ออกมาให้คุณได้เชยชมกันค่ะ และสิ่งที่พลาดไม่ได้ ก็จะเป็น สะพานโทเง็ตสึเคียว เป็นสะพานที่ทอดยาวข้ามแม่น้ำโฮสุโดยมีภูเขาอาราชิยามาเป็นเบื้องหลังในการประกอบฉากครั้งนี้  ซึ่งคุณสามารถเดินเลียบแม่น้ำโฮสุได้เช่นกันค่ะ  อีกทั้งยังมีร้านค้า ร้านอาหาร อยู่บริเวณรอบๆ สามารถเดินชมและซื้อของที่ระลึกกันได้ค่ะ

5.Arashiyama Bamboo Forest                                             
                                                                        อาราชิยาม่า (ป่าไผ่)

อาราชิยาม่า (ป่าไผ่)

เส้นทางสวนป่าไผ่แห่งอาราชิยาม่า เส้นทางนี้เป็นเส้นทางให้คุณได้เดินหรือจะขี่จักรยานและยังคุณไม่อยากเดินก็สามารถเช่าเหมือนรถม้า(เป็นรถม้าคนเข็นค่ะ เป็นสิ่งที่ไม่ต้องเดิน นั่งชมวิวเพลินๆ) แต่แนะนำ เดินดีกว่านะคะจะได้รับธรรมชาติอย่างเต็มที่แล้วก็ถ่ายรูปเต็มที่ด้วยเช่นกันค่ะ 555+ เส้นทางชมวิว ราว 3 กม.ค่ะ ตลอดเส้นทางปกคลุมเต็มไปด้วยต้นไผ่เขียวคริ้ม เลียบขนานกันยาวไปทั้งสองข้างทางมีแท่งกอเสียดฟ้า เมื่อมีลมพัดทำให้คุณรู้สึกสดชื่น และได้ฟังเสียงต้นไผ่กระทบกันไปมา ธรรมชาติสุดๆเลยะล่ะค่ะ

ค่าเข้าชม : ค่าเข้าฟรี
เวลาเปิด-ปิด : เปิด 24 ชั่วโมง
วันปิดทำการ : เปิดทุกวัน

 6.Todai ji Temple
                         วัดหลวงพ่อโตแห่งเมืองนารา หรือไดบุตสึ ( Daibutsu of Nara)

วัดหลวงพ่อโตแห่งเมืองนารา หรือไดบุตสึ ( Daibutsu of Nara)

เป็นหนึ่งในวัดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดอีกทั้งยังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่นนั้นเอง และมากไปกว่านั้นวันโทไดจิได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วยค่ะ สถานที่แห่งนี้มีประดิษฐานองค์หลวงพ่อโต (ไดบุตสึ) เป็นอาคารไม้ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ในปัจจุบันมีขนาดลดลงมา 2 ใน 3 ของวิหารหลังเดิม เนื่องมาจากที่เคยถูกไฟไหม้จากภัยสงคราม บริเวณรอบๆเต็มไปด้วยร้านขายของที่ระลึก หลังจากนั้นคุณสามารถเดินเข้ามาเรื่อยๆ จะเจอรูปปั้นขนาดใหญ่อยู่ตรงประตูทั้งสองข้าง อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจ คือ เสาไม้ยักษ์ ซึ่งฐานขนาดรอบเสาร์นั้นมีขนาดเท่ารนูจมูกของหลวงพ่อโต และด้านล่างของเสาร์จะเป็นช่องขนาดไม้ใหญ่มาก ซึ่งมีความเชื่อว่าหากใครสามารถรอดผ่านช่องนี้ไปได้ก็จะสามารถตรัสรู้ได้ถึงชาติหน้า และยังไม่หมดแค่นั้นค่ะ ยังมีฝูงกวางที่อยู่ด้านหน้าทางเข้าวัด ที่คุณผ่านแล้วต้องซื้อขนมเซมเบ้ให้เจ้ากวางน้อยทั้งหลายด้วยนะคะ (เอ๊ะๆ! อย่าเพลิดเพลินกันนะคะ ระวังกวางน้อยแย่งของที่คุณถือเข้ามาด้วยนะคะเนื่องจากคิดว่าเป็นขนม ค่ะ ฮ่าๆๆ )

ค่าเข้าชม: ค่าเข้า 500 เยน
เวลาเปิด-ปิด: แต่ละช่วงจะเปิดเวลาต่างกันค่ะ 08:00 – 17:00 น. (มีนาคม),07:30 – 17:30 น. (เมษายน-กันยายน), 07:30 – 17:00 น. (ตุลาคม), 08:00 – 16:30 น. (พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์)
วันปิดทำการ: เปิดทุกวัน

7.Randen                          
                                                                       รถไฟ Randen

รถไฟ Randen (ฤดูใบไม้ผลิ)

รถรางสายโรแมนติค วิ่งระหว่างสถานี Torokko Saga กับ Torokko Kameoka เลียบแม่น้ำโฮลึ(Hozugawa river) ระยะทางประมาณ 7.3กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 25 นาที รถรางคลาสลิคลำนี้จะพาคุณชมวิว สิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยธรรมชาติสุดๆ ซึ่งในแต่ละช่วงก็จะมีสิ่งธรรมชาติที่แตกต่างกันไป ก็ต้องมาดูกันค่ะว่าคุณเดินทางช่วงไหน ถ้าไปในช่วงฤดูใบไม้ร่วงคุณก็จะเห็นดอกซากุระบานสะพรั่ง หรือจะเป็นช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ทั้งยังได้เห็นวิวรอบๆแม่น้ำ วิวภูเขา อุโมงค์ จนมาถึงสถานีสุดท้ายก็วนกลับเหมือนเดิมค่ะ ดื่มด่ำกับธรรมชาติให้อิ่มกันนะคะ เมื่อคุณลงจากรถไฟก็จะเจอกับร้านขายของที่ระลึก ร้านขายภาพโปสการ์ด และที่พลาดไม่ได้ คงไม่พ้นร้านขนมค่ะ ให้คุณได้ช้อปได้กินให้อิ่ม จะได้มีแรงเดินต่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวถัดไปค่ะ
ราคาตั๋ว: 620 เยน/เที่ยว

8.MOSAIC kobe night
                                                                 โกเบ MOSAIC

โกเบ MOSAIC

เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่อยู่บริเวณท่าเรือโกเบ มีทั้งร้านอาหารให้คุณได้เอร็ดอร่อย ร้านกาแฟน่ารัก ร้านค้าจำหน่ายสินค้าแฟชั่น เครื่องประดับนานาชนิด ที่มีราคาไม่แพงจนเกินไป  เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัยยังไม่หมดเท่านี้นะคะ ยังมีชิงช้าสวรรค์ให้คุณได้เล่น ชมวิว เมื่อถึงเวลาค่ำคืนที่นี่สวยมากค่ะ จึงทำให้มีคู่รักหลายๆคู่ชอบมาที่นี่กัน เนื่องจากเป็นสถานที่ที่โรแมนติกสุดๆ เลยค่ะ

ค่าเข้าชม: ค่าเข้าฟรี
เวลาเปิด-ปิด: 10:00 – 20:00 น.
วันปิดทำการ: เปิดทุกวัน

 9.Nara Park
                                                     สวนสาธารณะนารา (Nara Park)

สวนสาธารณะนารา (Nara Park)

สวนกวางนารา(Nara Park) เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ในเมืองนาราค่ะ บริเวณรอบๆ มีที่เที่ยวหลายที่ ยกตัวอย่างเช่น วัดโทไดจิ, ศาลเจ้าคาสุกะพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเมืองนารา, โคฟุคุจิ เป็นต้นค่า ภายในสวนแห่งนี้เป็นที่อยู่ของกวางน้อยในจำนวนมาก จึงทำให้เป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองนารา และอาหารที่เจ้ากวางน้อยชื่นชอบ นั้นก็คือ “เซมเบ้” ที่รอบๆสวนมีขายอยู่ค่ะไปอุดหนุนมาเลี้ยงเจ้ากวางน้อยทั้งหลายนี้ได้เจ้ากวางน่ารักมาก ไม่เพียงมีแต่กวางให้คุณชื่นชม ยังมีธรรมชาติให้สูดอากาศ เก็บภาพอันสวยงามได้ หรือหาที่นั่งพักผ่อนได้ค่ะ

ค่าเข้าชม    : ค่าเข้าฟรี
เวลาเปิด-ปิด: เปิด 24 ชม.
วันปิดทำการ: เปิดทุกวัน

10.Gion
                                                                 กิออน (Gion)

กิออน (Gion) 

เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยอดนิยมแห่งหนึ่งในเมืองเกียวโต เป็นสถานที่ที่ดึงดูดความสนใจ ตรงถนน ฮานามิ-โคจิ เนื่องจากเป็นสถานที่ ที่เกอิชาเดินไปมาในบริเวณแห่งนี้ สถานที่ใกล้กับศาลเจ้ายาซากะ (Yasaka Shrin) และแม่น้ำคาโมะ (Kamo River) ซึ่งถนนเส้นหลักสองฝั่งจะเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านน้ำชา และร้านอาหารให้เลือกหลากหลาย และแต่ละร้านจะมีการจัดแสดงโชว์จากเกอิโกะ (geiko) และ ไมโกะ (Maiko) และรอบๆเป็นบ้านเรือนอาคารไม้แบบดั้งเดิม และร้านอาหารและร้านชาโดยส่วนใหญ่ในเส้นนี้ ราคาค่อนข้างสูงอันเนื่องมาจากในระหว่างที่คุณรับประทานอาหาร จะมีการแสดงโชว์ศิลปะของญี่ปุ่น อย่างเช่น การร่ายรำและการชงชาจากเกอิโกะและไมโกะ นอกจากนี้ยังมีดนตรีและเพลงญี่ปุ่นดังเดิมบรรเลงให้ฟังเพลินๆอีกด้วยค่ะ
ค่าเข้าชม: ค่าเข้า 3,150 เยน

 10.Maiko                                                  
                                  ไมโกะ (Maiko)

ไมโกะ (Maiko)

ไมโกะ (Maiko) คือเด็กที่อยู่ระหว่างการฝึกไปเป็นเกอิชา ไมโกะต้องได้รับการฝึกถึง 5 ปี และเมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ถึงจะเลื่อนขั้นมาเป็น เกอิโกะ ได้ค่ะ
มาดูความหมายของคำว่า ไมโกะ กันค่ะ คำว่า ไม หมายถึง การเต้น และ โกะ หมายถึง เด็ก
รูปแบบการแต่งกายเฉพาะของไมโกะ คือผูกโอบิปล่อยชาย สวมรองเท้าพื้นสูงให้ดูเป็นเด็กสาวน่ารัก ส่วนทรงผมจะเกล้ามวยด้วยจริง และประดับปิ่นดอกไม้หรือสัญลักษณ์ประจำฤดูกาลขนาดใหญ่ ไมโกะถือว่ามีสถานะทางสังคมค่อนข้างดี

Our Partner

  • JNTO Logo
  • KNTO Logo
  • Your Singapore Logo
  • HongKong Tourism Logo
  • Tourism Malaysia Logo
  • Incredible India Logo

    Copyright©2010 ThailandBestPrice.com. All Rights Reserved.

    AM INTER SERVICE CO.,LTD. || บริษัท เอเอ็ม อินเตอร์ เซอร์วิส จำกัด
    ที่อยู่: 290/230 หมู่บ้านกลางเมืองฯ เอส-เซ้นท์ ซอยลาดพร้าว 84 (สังคมสงเคราะห์ใต้ 1) แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพ 10310
    Address: 290/230 Baan Klang Muang S-Sense Soi Ladprao 84 (Sangkomsongkrortai 1), Wangthonglang, Bangkok 10310
    HOTLINE: (+66-89) 920 4175 || Tel: (+66-2) 193 9195, (+66-2) 108 9412 || Fax: (+66-2) 108 9412 || Email: booking@thailandbestprice.com

    payment banner